EINT::

posted on 11 Aug 2014 17:40 by you-know
ส่วนหนึ่งของ
 
 
ผู้ร่วมการทดลองหมายเลข 66012::องครักษ์ นีลล์สัน [Phantatos]
 
สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกจะอ่านในบล็อก จิ้มนี่ 

 
............................................
 
Prologue


                            1
 


                  ‘หางานพิเศษทำซะสิจะได้ไม่เบื่อ..’   
องครักษ์ปฏิเสธไม่ได้ว่าเคยพูดอะไรทำนองนั้น ไปเมื่อประมาณสองเดือนเดือนก่อนจริงๆ..



                  แต่…………




                  “นี่ไง งานสบายๆไม่กี่ชั่วโมง หลักๆแค่เป็นผู้ร่วมทดสอบโครงการของเขา แล้วก็นอนอย่างเดียว”อัศวิน พี่ชายฝาแฝดตัวดีที่หน้าเหมือนองครักษ์ยังกับนั่งส่องกระจกส่งยิ้มกว้าง อย่างอารมณ์ดีมาให้

 

               นัยน์ตาสีเขียวแบบเดียวกันส่อประกายเย้าเหมือนเวลาที่เจ้าตัวนึกพิเรนทร์เล่นแผลงๆ (โอเครักษ์ยอมรับว่าบางครั้งตัวเองก็เป็นฝ่ายทำตาแบบนั้นใส่อัศวิน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น!)


 

                  อัศวินยังคงกระตือรือร้นในการเอาใบประกาศรับสมัครที่ติดโลโก้บริษัทไกเออร์เล็กๆท้ายกระดาษนั่น ยื่นจนติดชิดทิ่มหน้าองครักษ์  แถมกล่าวอย่างสบายอารมณ์ใส่ฝาแฝดตัวเอง ด้วยการนำถ้อยคำที่อีกฝ่ายเคยพูดกับอีกฝ่ายมาอ้างย้ำอีกรอบ

 

                  “นายบอกเองนะรักษ์ว่าให้หางานพิเศษ”
 


                ก็ใช่ว่าเคยพูด....

 

                  แต่ไม่ใช่งานน่าสงสัยแบบนี้โว้ย!!!   




                





 

                  ……………………………………………



                       2



 

                  ถึงจะพูดแบบนั้น แต่สุดท้ายองครักษ์ก็ยอมมานั่งพิมพ์อีเมลล์ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม จากอีเมลล์ที่ลงไว้ท้ายใบประกาศให้อัศวินอยู่ดี..



 

                  แน่นอน คุณอาที่คอยดูแลพวกเขาแทนคุณพ่อที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ และคุณแม่ที่เสียไปแล้วยังเคยพูดเลยด้วยซ้ำ

 

             ถ้าวันไหนองครักษ์ขัดใจอัศวิน นั่นคงเป็นวันโลกแตก..






               รักษ์ว่าคุณอาก็ออกจะพูดเกินไปอยู่สักหน่อย..





                  มันไม่มีทางเสียหรอก ที่คนที่อยู่ด้วยกันตลอดตั้งแต่ในท้องแม่ ยันโตหัวโด่อายุ17ปีบริบูรณ์จากเด็กชายเป็นนายมาได้สองปีขนาดนี้จะไม่เคยขัดใจกันเลย





                  องครักษ์ก็แค่ไม่ค่อยทำเท่านั้นแหละ



                  แล้วอันที่จริงแล้วอัศวินกับเขาก็เหมือนๆกันในเรื่องนี้ ดังนั้นก็ถือว่าเจ๊าๆกันไป..




                  อีกอย่างส่วนหนึ่งที่องครักษ์ยอมทำให้ มันก็เพราะเจ้าตัวบอกมาว่าคุณอาแนะนำมาจากลูกค้าอีกทีเสียมากกว่า ไม่ใช่ว่าเพราะเขาตามใจแฝดผู้พี่หรอก…(อย่างน้อยเขาก็เชื่อแบบนั้นน่ะนะ..)




                  เพราะคุณอาบอก เขาก็เชื่อว่างานที่คุณอาแนะนำต้องสแกนมาแล้ว อีกอย่างจะให้หางานให้เด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดทำก็ดูจะเป็นเรื่องลำบากจริงๆ(โดยเฉพาะเมือที่บ้านไม่ได้ขัดสนชวนจ้างอะไร แต่ทำเพราะแก้เบื่อล้วนๆด้วยแล้ว)

                 ถึงกฏหมายจะอนุญาตแต่ก็ยังเข้มงวดพอสมควรอยู่ดี เจ้าของกิจการส่วนใหญ่เลยมักจะเซย์โนใส่พวกเขา

 

                  เด็กหนุ่มดันแว่นที่หล่นไถลลงจากสันดั้งขึ้นไปตั้งไว้อยู่ที่เดิม อ่านทวนข้อความเสร็จสรรพจนพอใจ ถึงได้ยอมเลื่อนเคอร์ซอร์เมาส์ไปกดส่ง
 

                 
                   องครักษ์ยกโกโก้ร้อนที่อัศวินชงให้ขึ้นดื่มอึกหนึ่งแล้วเหลือบตามองเวลา ทุ่มกว่า..เขาครางในลำคอเล็กน้อย แล้วหันไปหยิบกระเป๋าเป้หยิบแบบฝึกหัดขึ้นมาทำฆ่าเวลารอคิวอาบน้ำต่อจากอัศวิน







………………………………………………..
 

                     3
 


                  มันเป็นเวลาเย็นย่ำหลังจากไปโรงเรียน องครักษ์นอนตีพุงฟังเพลงอยู่บนโซฟาตัวโปรด ในขณะที่อัศวินกำลังง่วนอยู่กับกระเป๋านักเรียนเพื่อทำอะไรสักอย่าง




                  แต่องครักษ์ในห้วงแห่งดนตรีนั้น….แทบจะเป็นช่วงเวลาเดียวที่คนชื่ออัศวินถูกตัดออกจากวงจรความสนใจของเด็กหนุ่มไปแบบแทบจะ99%




                  เด็กหนุ่มฮึมฮัมทำนองเพลงในลำคอ นิ้วชี้เคาะขึ้นลงตามจังหวะเพลง เสียงเพลงลอดผ่านลำโพงพกพาที่ปกติมักตั้งสวมไว้ที่คอ ตอนนี้มันถูกบรรจงสวมลงในที่ที่สมควร บนหูสองข้างขององครักษ์ นีลล์สัน
 
 

                  เสียงเพลงร็อคยุคเก่าครวญเนิบหากหนักแน่นเป็นจังหวะ



                  ‘....I spoke into his eyes

                  I thought you died alone

                  A long long time ago


                  Oh no, not me

                  I never lost control

                  You're face to face

                  With The Man Who Sold The….’

 

                  “รักษ์ ทำงานจารย์แพทเสร็จยัง”

 

                  ..world… คำสุดท้ายโผล่แวบขึ้นในหัวองครักษ์ ต่อท้ายท่อนเพลงที่ถูกทำให้ขาดหายอย่างอดไม่ได้


 

                  เด็กหนุ่มเปิดเปลือกตาที่ปิดลงเพื่อรับอรรถรสในการฟังเพลงขึ้นมา เหลือบมองใบหน้าที่เหมือนตัวเองยังกับจับแกะมาเรียงแถวแล้วมองเทียบกัน




               มืออัศวินยังคงถือเฮ้ดโฟนอันโปรดของน้องชายฝาแฝดไว้ในแน่น หลักฐานชี้ตัวผู้ก่อกวนชวงเวลาอันสงบสุขขององครักษ์อยู่ในมือเจ้าตัวนั่นไง..


 

                  “ทำงานจารย์แพทเสร็จยัง”เจ้าตัวยังคงย้ำถามอีกครั้ง เมื่อองครักษ์เอาแต่มองหน้าตัวเอง ไม่ได้มีท่าทีจะตอบเลยสักนิด รักษ์ถอนหายใจเซ็งๆเล็กน้อยเมื่อโดนขัดเวลาส่วนตัว เขาค่อยๆคิด

 

                  แพท..แพทริค...อ่า..อันนั้นเอง


 

                  “เสร็จแล้ว งานตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วแล้วนี่”รักษ์ว่าแล้วคว้าลำโพงพกพาอันโปรดมาสวมไว้ที่คอเหมือนเคย ไม่ได้ฟังเต็มๆหู ให้เสียงมันลอดออกมาให้ฟังนิดเดียวก็ยังดี..

 

                  “ลืมนี่หว่า “อัศวินยักไหล่เหมือนจะบอกว่ามันช่วยไม่ได้นี่ฟะ เด็กหนุ่มก้มไปหยิบแมคบุ๊คสีขาวสะอาดตาของรักษ์ขึ้นมาชู “ยืมคอมพ์นะ จะเซิร์จข้อมูล”

 

                  องครักษ์ยักไหล่ ก่อนถาม”ตามสบาย คอมพ์นายอะ?”

                  ไม่ได้หวงของอะไรกับพี่ชายหรอก แต่อัศมันก็มีของตัวเองเครื่องนึง   



 

                  อัศวินไม่ได้ตอบ แค่หันไปพยักเพยิดทางคอมพ์ตั้งโต๊ะสีดำของตัวเองที่เปิดค้างหน้าอัพเดทแพทช์เกมส์อยู่ รักษ์ถอนหายใจพรืดใหญ่ใส่อัศวินแบบขันๆ ได้แต่พยักหน้ารับรู้แล้วหยิบหูฟังมาสวมอีกครั้ง


 

                  เสียงเพลงบทใหม่ดังขึ้น


 

                  ‘...that’s pretty clever, don’t you boy

                  Flying on your motorcycle

                  Watching all the ground beneath you drop


                  Kill yourself for recognition

                  Kill yourself to never ever stop

                  You broke another mir….’

 

                  ...ror……..


 

                  องครักษ์อดต่อเบาๆในใจอีกครั้งไม่ได้ เขาเปิดเลือกตาอย่างเกียจคร้าน ลุกขึ้นมองหูฟังที่ถูกหยิบไปอีกครึ่งพร้อมอัศวินที่ยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น  “มีไรอัศ”


 

                  อัศวินไม่ได้ตอบทันที แค่หยิบหูฟังอันเดิมยื่นให้เขาเอาไปสวมตั้งไว้ที่คอเหมือนเดิม แล้วยื่นแมคบุ๊คสีขาวสะอาดมาให้ดู “ทายสิบกินสิบเลยBro ฉันว่าวันนี้ทั้งวันนายไม่ได้เช็กเมลล์เลย”

 


                  เมลล์???

                  เมลล์ทำไม……...



                  ก่อนที่รักษ์จะได้คิดทบทวนให้ดี นิ้วของอัศก็จิ้มไปหน้าเมลล์ที่เขาล็อกอินค้างไว้ “ดูนี่ ตอบกลับมาแล้ว”


                  ss+(2557-08-11+at+06.04.32).jpg


                     อีเมลล์ตอบกลับ และรายละเอียดข้อมูลโดยคร่าวของ Intersomnia Project 66

                  ……………………………………………………………….



                  มันไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่.. องครักษ์คิดแบบนั้น



                  แต่เพราะฟอร์มที่แนบมาให้กรอก นั่นก็ไม่ได้ละลาบละล้วงอะไรมาก เขากับอัศก็เลยตัดสินใจจะลองดูก่อน



                  มันแน่ว่าถ้าอัศทำองครักษ์ก็ต้องทำด้วยอยู่แล้ว เพราะกลับกันถ้าอัศวินเป็นเขาอัศวินก็จะทำแบบเดียวกัน
 
 

                  เขารัวพิมพ์ข้อมูลของตัวเองกับอัศ ในขณะที่เจ้าตัวหันไปใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่โหลดแพทช์เกมส์เสร็จแล้วทำงานต่อแทน  พอเสร็จก็เอาไปให้เจ้าตัวตรวจดูอีกรอบ ถึงรักษ์จะค่อนข้างมั่นใจว่าเขาไม่มีทางกรอกข้อมูลอีกฝ่ายผิดก็ตาม..



                  อัศวินพยักหน้าแล้วชูโป้งให้เขา รักษ์หัวเราะเบาๆ..



                  เขากดส่ง รอไม่นานนักก็มีอีเมลล์ตอบกลับมา อันที่จริงองครักษ์ว่ามันออกจะตอบกลับมาเร็วไปหน่อยเสียด้วยซ้ำ.. รายละเอียดการนัดสัมภาษณ์ พร้อมแผนที่ที่ตั้งโดยคร่าวของบริษัทไกเออร์


                  องครักษ์ยื่นให้อัศวินดูคล้ายบอกเล่าและปรึกษา



                  ซึ่งสุดท้ายก็จบลงด้วยความเห็นพ้องต้องกันว่า



                  ถ้ามันเป็นประชุมสัมมนาขายตรงเครื่องกรองน้ำหรือผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักจริง ก็ค่อยชิ่งแล้วกัน!



                  ……………………………………………………………..




 

                   4



                  สองพี่น้องนีลล์สันมาหยุดยืนอยู่หน้าบริษัทไกเออร์ บริษัทเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก กับพวกฟิตเนสเพื่อสุขภาพอะไรสักอย่าง ที่ถ้าองครักษ์จำไม่ผิด

                  เหมือนคุณอาของพวกเขาจะเคยมาลงคอร์สเปลี่ยนพุงให้เป็นกล้ามของที่นี่เหมือนกัน..(จริงๆมันคือคอร์สเพาะกาย..ซึ่งได้ผลไหมไม่รู้ ยังกับองครักษ์จะสนแหนะว่าอาจะมีพุงหรือกล้าม..)

 


                  เขาถูกอัศวินลากไปคุยกับประชาสัมพันธ์ด้วยกัน แน่นอนว่า99.99%ของการสนทนา เป็นของอัศวินกับสาวเจ้า ส่วนองครักษ์แค่ยืนนิ่งเป็นหุ่นประกอบฉาก เพราะนิสัยขี้เกียจปฎิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าของตัวเอง



                  พอได้คำตอบ เจ้าคนมนุษยสัมพันธ์ดีก็กอดคอเขาลากขึ้นไปชั้นที่ต้องการทันที


                  ……………………………………………

 

                  อัศวินลากเขามาถึงหน้าห้องสัมภาษณ์โดยสวัสดิภาพ ถึงมันจะแอบจงใจแกล้งรัดคอเขาแน่นผิดปกติ จนต้องจกพุงสั่งสอนไปทีสองทีจนมันไล่เตะกลับมาก็ตาม




                  มีคนประปรายในชั้นนั้น องครักษ์บอกอัศวินที่กำลังง่วนอยู่กับการรัวคอมโบเกมส์ในมือว่าจะไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะลุกเดินไป
 


                  อันที่จริงเขาแค่หาเรื่องปลีกตัวมาล้างหน้าล้างตาสักหน่อย อาการปวดตุบๆในหัวเพราะนอนไม่พอแล่นเข้ามา เมื่อคืนดันอ่านหนังสือเพลินจนลืมเวลาซะได้



 

                  องครักษ์ถอดแว่นที่สวมอยู่ออกมาเช็ดเล็กน้อย หลังจากเส้นผมที่ชื้นจากการล้างหน้าปรกลงโดนแว่นจนเป็นเกาะเป็นหยดน้ำเล็กๆ เขาสวมกลับเข้าที่เดิมพอดีกับที่ใครคนหนึ่งเดินชนเขาเข้าอย่างจัง



 

                  “อะ... ขอโทษครับ” ผู้ชาย สูงกว่าเขาประมาณสิบเซ็น สวมแว่นและชุดเหมือนพนักงานบริษัททั่วไป ดูสุภาพดี เอ่ยขอโทษกับเขา  แต่องครักษ์ไม่ได้ใส่ใจนักเพราะที่ชนกันเมื่อครู่พาเอาอาการปวดหัวเบาๆนั่นย้อนกลับมาอีกครั้ง และมันทำเขาหงุดหงิดไม่น้อย  เขาแค่ถอนหายใจแบบไม่ใคร่จะใส่ใจครั้งนึง ไม่ได้ตอบกลับอะไร แล้วเดินกลับไปหาอัศวิน




                  ……………………………………………………………




                  การสัมภาษณ์จบไปแบบไม่ยากลำบากอะไรนัก อีกฝ่ายให้เขาแนะนำตัวเอง
 

                  องครักษ์ก็ตอบกลับสั้นหากครบใจความตามนิสัย
 


                  "..องครักษ์ นีลล์สัน ชื่อเล่นรักษ์.. อายุ17 เรียนชั้นม.5 (ชื่อโรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง) เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกัน..มีฝาแฝดหนึ่งคน" รักษ์จำได้ว่าตอบไปแบบนั้น หรือไม่ก็อะไรประมาณนั้น

 


                  แล้วก็มีถามช่วงเวลาที่นอนและตื่น
 

                  “เข้านอนตอน3ทุ่มครึ่งถึงสี่ทุ่ม และตื่นตอนตีห้าครึ่งของทุกวัน ถ้าเป็นวันหยุดจะตื่นช่วงหกโมง รดน้ำต้นไม้กับทบทวนบทเรียน” ตอนเล่าให้อัศฟังมันหัวเราะใส่แล้วก็บอกว่าสมเป็นเขาดีเป็นบ้า...จืดชืดดี..



                  ไม่รู้ว่าชมหรือด่าแต่ก็จวกเอวมันไปอีกหนึ่งที..




                  องครักษ์ไม่ได้ตอบรับเรื่องที่พักที่บริษัทจัดหาให้ เพราะเดิมทีคอนโดที่พ่อของพวกเขาซื้อให้ก็ใกล้สถานีBTSและเดินทางสะดวกพอสมควรอยู่แล้ว

 

                  สุดท้ายจากกองของที่ระลึกทั้งหมดเขาก็เลือกหยิบสมุดที่มีตราบริษัทมาเล่มหนึ่ง แล้วจบการสัมภาษณ์วันนั้นไปด้วยการโดนอัศลากคอไปกินซิสเลอร์..




                  แล้ววูบหนึ่งองครักษ์ก็คิด..ว่าเขาควรจะลงคอร์สลดพุงกับคุณอาสักคอร์สก็คงดี….

                 



                 ………………………………………………….



 

                  เพลงที่รักษ์ฟัง:: 1. The man who sold the world - David Bowie http://www.youtube.com/watch?v=HSH--SJKVQQ

                  2. Hight and Dry - Radiohead

http://www.youtube.com/watch?v=BciOfJsqh7M   







Comment

Comment:

Tweet

ถูกขัดจังหวะเพลงคำสุดท้ายตลอด 55 ถูกใจ เอ้ย เห็นใจนัก
ชอบคำที่ใช้ค่ะ อ่านไปมีให้ยิ้ม ๆ เป็นระยะ

#2 By SnellSnail on 2014-11-05 19:18

400 คะแนน

#1 By Exteen Intersomnia on 2014-08-21 21:38